ความเป็นมา
ในปี พ.ศ. 2524 คณะเทศมนตรี
เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อม ควรที่จะศึกษาวางแนวทางป้องกันและแก้ไขไว้ล่วงหน้า
จึงได้จ้างสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
สำรวจศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาระบบระบายน้ำและบำบัดน้ำเสีย
จากการศึกษาพบว่ามีความจำเป็นที่จะดำเนินการป้องกันและแก้ไข
แต่เนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวนมากต้องได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล ทั้งนี้เทศบาลจึงได้เตรียมพร้อมโดยการจัดหางบประมาณจัดซื้อที่ดินเพื่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย
ซึ่งเป็นงบประมาณของเทศบาลเอง ต่อมา ในปีพ.ศ. 2530 กรมโยธาธิการ
กระทรวงมหาดไทย ได้ว่าจ้างสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
เป็นผู้ศึกษาความเหมาะสมและออกแบบการก่อสร้างระบบระบายน้ำและบำบัดน้ำเสีย เพื่อแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ
โดยดำเนินการแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2537 รวมค่าก่อสร้างเป็นเงิน
219,158,258 บาท โดยครอบคลุมพื้นที่เขตเทศบาลเดิม 5.28
ตารางกิโลเมตร และส่งมอบให้เทศบาลในปี พ.ศ. 2540
ระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย
ระบบรวมรวมน้ำเสีย
เป็นระบบท่อรวบรวมน้ำเสียและน้ำฝนไม่แยกกัน ครอบคลุมพื้นที่ 5.28 ตาราง
กิโลเมตร (คิดเป็นร้อยละ 26.55 ของพื้นที่เขตเทศบาลในปัจจุบัน)
โดยวางท่อคู่ขนานไปกับคลองเจดีย์บูชา เพื่อสกัดกั้นน้ำเสียจากท่อระบายน้ำเดิมที่ไหลลงคลอง
ให้ไหลเข้าท่อรวบรวมน้ำเสียแล้วไหลไปสู่สถานีสูบน้ำ ที่ 1 ซึ่งตั้งอยู่ที่ซอย
7 มีเครื่องสูบน้ำ 3 เครื่อง ขนาดกำลังสูบเครื่องละ
265 ลิตร/วินาที สูบน้ำเสียด้วยระบบท่อ ส่งน้ำแรงดันไปยังสถานีสูบน้ำที่
2 สะพานบ่อโตนด มีเครื่องสูบน้ำ 3 เครื่อง
ขนาดกำลังสูบเครื่องละ 370 ลิตร/วินาที และสูบน้ำต่อไปยังสถานีปรับปรุงคุณภาพน้ำ
1)
ระบบบำบัดน้ำเสีย
ที่ตั้งอยู่ตำบลถนนขาด ระยะห่างจากเขตเทศบาลประมาณ 5 กิโลเมตร มีพื้นที่ 285 ไร่ (0.46 ตารางกิโลเมตร) เป็นระบบแบบบ่อผึ่ง (Stabilization
Ponds) ที่อาศัยกลไกการบำบัดน้ำเสีย ตามธรรมชาติ โดยใช้การสังเคราะห์แสงของสาหร่ายเซลล์เดียวเป็นตัวเพิ่มออกซิเจนให้กับแบคทีเรียที่ต้องการอากาศ
มีปริมาณน้ำเสียที่ออกแบบไว้ 60,000 ลบ.ม./วัน
และมีปริมาณน้ำเสียเข้าระบบในระยะแรก (พ.ศ. 2537)
17,500 ลบ.ม./วัน คิดเป็นร้อยละ 67.94
ของปริมาณการใช้น้ำประปาภายในเขตเทศบาลในขณะนั้น ภายหลังในปี พ.ศ. 2551 – 2553
ได้มีการก่อสร้างท่อรวบรวมน้ำเสีย High Density Polyethylene (HDPE) บนถนน 4 สาย
(ถ.ริมคลองวัดพระงาม, ถ.พญาพาน ถ.ทหารบก
และถ.พิพิธประสาท) พร้อมอาคารชลศาสตร์
และสถานียกระดับน้ำเสีย ทำให้ขณะนี้เทศบาลสามารถบำบัดน้ำเสียจากชุมชนได้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ
21,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
ระบบบำบัดน้ำเสียแบบบ่อผึ่ง แบ่งออกเป็นบ่อย่อย 3 บ่อ ได้แก่
- บ่อที่ 1 บ่อแฟคัลเททีฟ (Facultative Pond)
เนื้อที่ประมาณ 110 ไร่
(0.18 ตารางกิโลเมตร)
ลึก 2 ม. ความจุ 350,658 ลบ.ม.
- บ่อที่ 2 บ่อเติมอากาศ (Aerobic Pond) เนื้อที่ประมาณ 64
ไร่ (0.1 ตารางกิโลเมตร)
ลึก
1.5 ม.
ความจุ 152,589 ลบ.ม.
- บ่อที่ 3 บ่อบ่ม (Maturation Pond)
เนื้อที่ประมาณ 64 ไร่
(0.1 ตารางกิโลเมตร)
ลึก
1.5 ม.
ความจุ 157,574 ลบ.ม.
น้ำทิ้งที่ได้รับการบำบัดแล้ว ส่วนหนึ่งปล่อยลงคลองสาธารณะ
บางส่วนเกษตรกรขอน้ำไปใช้ทางเกษตรกรรม เช่น สวนฝรั่ง สวนผัก และบ่อเลี้ยงปลา
การบริหารจัดการ
ในระยะแรก พ.ศ. 2540 –
2549 อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนช่างสุขาภิบาล สำนักการช่าง ต่อมา
พ.ศ. 2550 ได้ย้ายมาอยู่ในความรับผิดชอบของ
ฝ่ายจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
ในการปรับปรุงซ่อมแซมระบบฯ
ได้มีการก่อสร้างปรับปรุงระบบ 2 ครั้ง ดังนี้
1) พ.ศ. 2549
ค่าปรับปรุงและซ่อมแซมระบบรวบรวมและบำบัด โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้เงินอุดหนุน
ดำเนินการวางท่อ HDPE จากสถานีสูบน้ำที่ 2 ไปบ่อบำบัดน้ำเสีย
2)
พ.ศ. 2551 - 2553
ค่าก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย (แผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด
ปีงบประมาณ (2551 – 2553) ดำเนินการก่อสร้างท่อรวบรวมน้ำเสีย
HDPE บนถนน 4 สาย (ถ.ริมคลองวัดพระงาม,
ถ.พญาพาน ถ.ทหารบก และถ.พิพิธประสาท) พร้อมอาคารชลศาสตร์
และสถานียกระดับน้ำเสีย
ทั้งนี้ เทศบาลนครนครปฐมได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยขอความร่วมมือจากประชาชนรักษาสิ่งแวดล้อมทางน้ำ ติดตั้งถังดักไขมันโดยมีการออกเทศบัญญัติเทศบาลนครนครปฐม เรื่อง
การติดตั้งบ่อดักไขมันบำบัดน้ำเสียในอาคาร พ.ศ. 2549 รวมทั้งดำเนินกิจกรรมการประชาสัมพันธ์
เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ
ยอมรับ และให้การสนับสนุนโครงการสำหรับการขยายพื้นที่ให้บริการระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียในอนาคต
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น